สิวมักเกิดในช่วงวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชายหรือฮอร์โมนแอนโดรเจน(Androgen) ซึ่งระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนที่เพิ่มขึ้น จะมีผลกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันใต้ผิวหนังให้ผลิตไขมันเพิ่มมากขึ้น และก็จะระบายออกตามรูขุมขน เมื่อรูขุมขนเกิดการอุดตันไขมันก็จะระบายออกไม่ได้จึงก่อให้เกิดสิวอุดตันขึ้น และถ้ามีเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในรูขุมขนโดยเฉพาะเชื้อ P.acnes ร่วมด้วยโดยเชื้อP.acnes จะมาย่อยไขมันที่อุดตันดังกล่าว ก็จะส่งผลให้สิวอุดตันมากขึ้น หรือเกิดการอักเสบบวมแดงหรือเป็นหนองได้ ในผู้หญิงมักจะเกิดสิวเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีประจำเดือน เพราะมีภาวะการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในช่วงดังกล่าว แต่ในผู้ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงวัยรุ่นก็มีโอกาสเป็นสิวได้เช่นกัน แต่จะพบได้น้อยกว่า
ผมร่วง ผมบาง
คนเราจะมีต่อมเส้นผมและขนทั่วร่างกายประมาณ 5 ล้านเส้น เฉพาะบริเวณศีรษะมีเส้นผมประมาณ 100,000-150,000 เส้น หากเส้นผมหลุดร่วงต่อวันประมาณ 50-100 เส้น ยังถือว่าปกติ ภาวะผมร่วง ผมบาง เกิดได้หลายสาเหตุ ได้แก่ 1. พันธุกรรม มีส่วนเกียวข้องกับฮอร์โมน Androgen ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศมีทั้งในเพศชาย และหญิง ศีรษะล้านที่เกิดจากสาเหตุนี้จะเรียกว่า Androgen alopecia ( AGA ) 2. อายุ ผมคนเราจะเจริญได้เร็วสุดในระยะวัยรุ่นจนถึงอายุปรมาณ 40 ปี หลังจากนั้นอัตราการเจริญเติบโตของเส้นผมจะช้าลง และเริ่มมีการฝ่อของต่อมขน ผมที่จะมาแทนที่ผมที่ร่วงไปจะน้อยลง ดังนั้นผมจะเหลือน้อยลงตามลำดับ ในผู้ชายมักจะเกิดบริเวณแนวผมด้านหน้า คือบริเวณหน้าผาก ( Frontal )และขมับ ( Temporal )ก่อน สวนผู้หญิงจะเกิดบริเวณกลางศีรษะ ( Middle ) ผมที่ร่วงไปแล้วจะมีผมชนิด Vellus hairs ( ผมบาง สีอ่อน คล้ายขนลูกพีช ) ขึ้นแทนที่ 3. สภาวะทางจิตใจและร่างกาย มีส่วนสำคัญต่อการเกิดผมร่วง ความเครียด หรือการที่จิตใจได้รับความกระทบกระเทือนใจอย่างรุนแรง เช่นการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เป็นต้น ด้านร่างกายโรคบางโรค เช่น โรคของต่อมไธรอยด์ โรคซิฟิลิส เริม มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งต่องลูกหมาก SLE ไข้สูงอันเนื่องจากโรคต่างๆ เช่น ไทฟอด์ ไข้หวัดใหญ่ ฯลฯ หรือหลังการคลอดบุตร 4. การขาดสารอาหาร การได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอทำให้ร่างกายต้องจำกัดการใช้ปริมาณสารอาหารเพื่อส่วนสำคัญอื่นๆของร่างกาย ดั้งนั้นอาหารที่ไปเลี้ยงรากผมจึงลดลง ทำให้ผมหยุดการเจริญเติบโตและหลุดร่วงไป หรือภาวะการอดอาหารจากการลดน้ำหนัก ล้วนมีส่วนต่อภถาวะผมร่วง ผมบาง
รังแค
รังแคน้ำมัน เกิดจากสภาวะผมและหนังศีรษะมันที่มีรังแคร่วมด้วย จึงทำให้สะเก็ดมีสีเหลือง มัน เหนียว และเยิ้มด้วยไขมัน เรียกว่า รังแคน้ำมัน เมื่อเราสระผมรังแคและไขมันจะถูกชะล้างออก จากนั้นอีก 2-3 วันจะปรากฎรังแคขึ้นอีก เนื่องจากหนังศรษะมีการหลุดลอกเร็วกว่าปกติถึง 5-6 เท่า รังแคชนิดนี้มักเกิดร่วมกับต่อมไขมันบนหนังศีรษะอักเสบ ไขมันจะออกมามากกว่าปกติ ไม่มีอาการคัน แต่ถ้ามีแสดงว่าอาจมีโรคไขมันอักเสบ ( SEBORRHEIC DERMATITIS ) ร่วมกับการติดเชื้อด้วย การรักษารังแคชนิดนี้ควรรักษาด้วย ZINC PYRITHIONE หรือ SELENIUM DISULFIDE ร่วมกับ LOCAL ANTISEBORRHEEIC ถ้ามีการอักเสบร่วมด้วยต้องใช้ยาฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เช่น NYSTATIN , AMPHOTERICCIN B , ISOCONAZOLE และ KETOCONAZOLE เป็นต้น
โคเอนไซม์ คิวเทน(Coenzyme Q10)
โคเอนไซม์ คิวเทน(Coenzyme Q10)
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงตัวหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยพบในเซลล์ร่างกายทั่วไป แต่ร่างกายจะผลิตโคเอนไซม์ คิวเทน ได้น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีอาหารเสริม และครีมบำรุงที่มีส่วนประกอบของโคเอนไซม์ คิวเทน จำหน่ายอยู่ทั่วไป เพื่อประโยชน์ในการชดเชยส่วนที่ร่างกายผลิตน้อยลง
หน้าที่ของโคเอนไซม์ คิวเทน
1.ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์
2.ป้องกันเซลล์ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ
3.ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจากขบวนการเผาผลาญของเซลล์ร่างกาย
4.เสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
5.เสริมกระบวนการซ่อมแซมของเซลล์
6.ช่วยกระตุ้นให้เซลล์รับออกซิเจนเพื่อใช้ในกระบวนการเผาผลาญและสร้างพลังงานได้ดียิ่งขึ้น
ประโยชน์ต่อผิวที่ได้รับจากโคเอนไซม์ Q10
1.ลบเลือนริ้วรอย คืนความยืดหยุ่นให้ผิว
2.ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
3.ช่วยป้องกันการทำลายของเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน
4.เพิ่มความแข็งแรงให้ผิว
วัดความอ้วนอย่างไร
คำว่า”อ้วน”ในแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน บางคนกลัวอ้วนโดยเฉพาะในเด็กวัยรุ่นก็จะพยายามที่จะลดนำ้หนักทั้งๆที่ยังไม่ถือว่าอ้วนก็ตาม ในปัจจุบันมีดัชนีชี้วัดว่าเมื่อไหร่จึงจะถือว่า”อ้วน”และอาจส่งผลต่อสุขภาพ โดยดูจาก”ดัชนีมวลกาย(Body Mass Index)หรือBMI” ซึ่งจะนำค่าความสูงและน้ำหนักมาคำนวณ โดยนำน้ำหนัก(หน่วยเป็นกิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง(หน่วยเป็นเมตร)ยกกำลัง2 ถ้าได้ค่าที่คำนวณได้เกิน 25 ก็จะถือว่ามีน้ำหนักเกิน แต่คนเอเชียมักจะมีค่า BMI น้อยกว่าคนตะวันตก จึงอาจจะต้องพิจารณาสัดส่วนไขมันประกอบด้วย
ความอ้วนในผู้ดื่มแอลกอฮอล์
ความอ้วนในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ หลายท่านอาจจะเคยสังเกตุว่าในผู้ที่ชอบดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮออล์มักจะอ้วน หรือบางคนเหมือนบวมๆ ซึ่งเป็นลักษณะปกติที่เกิดขึ้นได้ และคนกลุ่มนี้มักจะอ้วนบริเวณท้องหรือพุง ต้องใส่ เสื้อผ้าคนอ้วน เพราะแอลกอฮอล์เป็นสารที่ให้พลังงานสูง เมื่อดื่มมากๆพลังงานส่วนเกินก็ถูกเก็บสะสมในร่างกาย และแอลกอฮอล์ยังเป็นตัวกักเก็บไขมันในร่างกายอย่างดีทีเดียว ทำให้ร่างกายนำไขมันที่สะสมออกมาใช้ได้ยาก ดังนั้นในผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนอกจากควบคุมอาหารแล้ว ยังต้องหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย
ประเภทของผิว
ในแต่ละคนจะมีลักษณะผิวที่แตกต่างกัน ถ้าเรารู้ว่าผิวมีลักษณะแบบไหนจะมีประโยชน์ในการดูแลผิวตัวเองให้มีสุขภาพดีได้ เพราะผลิตภัณฑ์ที่เราจะเลือกใช้ ถ้าไม่เหมาะกับผิว นอกจากไม่ช่วยให้ผิวดีขึ้นแล้ว บางครั้งยังก่อให้เกิดปัญหาได้ เช่น เกิดอาการแพ้ ผิวอุดตัน เป็นต้น ลักษณะผิวโดยทั่วไปจะแบ่งได้ 4 ประเภท
1.ผิวธรรมดา เป็นผิวในฝันของทุกคน ถ้าใครมีผิวแบบนี้จะมีลักษณะเรียบเนียน ผิวไม่แห้งไม่มันเกินไป รูขุมขนเล็ก ผิวแข็งแรงไม่แพ้หรือระคายเคืองง่าย
2.ผิวมัน ลักษณะที่มองเห็นได้ง่ายคือจะมีรูขุมขนกว้าง ทำให้ผิวแลดูหยาบกร้านมีน้ำมันที่ผิวหน้าเยอะ หลังล้างหน้าไม่นานผิวก็จะมันขึ้นใหม่ และมักจะเป็นสิวง่าย 3.ผิวผสม จะมีลักษณะผิวมันบริเวณทีโซน(T-zone)คือหน้าผาก จมูก และคาง จะมีรูขุมขนกว้างแต่น้อยกว่าผู้ที่มีผิวมัน
4.ผิวแห้ง จะมีรูขุมขนเล็ก บางคนอาจจะไม่เห็นรูขุมขน ผิวลอกเป็นขุยง่าย มักเป็นผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวจะแห้งและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
ริ้วรอย
ริ้วรอยเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้หญิง ที่เมื่อไหร่ก็ตามที่มองกระจกแล้วพบว่ามีริ้วรอยเกิดขึ้นก็คงจะต้องพยายามหาครีมบำรุงมาทา หรือมองหาการทำทรีทเม้นต์ที่จะช่วยลดริ้วรอยลง ซึ่งริ้วรอยที่เกิดขึ้นนั้นเป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่เมื่อเราอายุมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินก็จะมีการเสื่อมสลายไป ในขณะที่การซ่อมแซมหรือสร้างขึ้นมาทดแทนน้อยลงไม่เหมือนเมื่อตอนเด็กที่กระบวนการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นที่ก่อให้เกิดริ้วรอยได้ เช่น มลพิษต่างๆ ความเครียด เป็นต้น นอกจากนี้ในบางคนที่มีการแสดงทางใบหน้า เช่น ชอบย่นหน้าผาก ขมวดคิ้ว หรือในคนที่ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย ก็อาจจะเกิดรอยตีนกาได้ง่ายเช่นกัน
การกรอผิว(Microdermabrasion)
เป็นการกรอผิวด้วยผลึกแร่ที่ละเอียดบางครั้งมีการเรียกว่าเกร็ดอัญมณี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลึกอลูมิเนียมออกไซด์ การกรอผิวเป็นการลอกเซลผิวชั้นบน หรือผิวหนังกำพร้าชั้นตื้นออกไป มีผลให้เกิด
1.กระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้เกิดการสร้างเซลผิวใหม่
2.เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
3.ช่วยแก้ไขปัญหารอยแผลเป็น รอยดำ และริ้วรอย
4.ช่วยให้ผิวนุ่มเนียนขึ้น รูขุมขนแลดูเล๊กลง
5.ลดริ้วรอยเล็กๆ ช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
โบท็อกซ์(Botox)
เป็นสารสกัดจาก Botulinum toxin เป็นสารที่ปลอดภัยที่ใช้ในการรักษาผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยที่เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น รอยย่นบริเวณหน้าผาก รอยตีนกา ริ้วรอยจากการขมวดคิ้ว หรือลดขนาดของแก้มในผู้ที่มีกล้ามเนื้อแก้มเยอะ ทำให้ใบหน้าแลดูเล็กลง และช่วยลดการหลั่งเหงื่อในผู้มี่มีการหลั่งเหงื่อมากบริเวณรักแร้ส่งผลต่อการลดกลิ่นตัวได้ หรือช่วยลดอาการปวดไมเกรน เป็นต้นแต่การรักษาอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่นรอยช้ำจากการฉีด ปวด เกิดถุงใต้ตาหรือหนังตาตก ซึ่งอาจเกิดจากการซึมผ่านของBotoxไปยังกล้ามเนื้อใกล้เคียง หรือฉีดลึกเกินไป เพราะ Botox จะมีผลให้กล้ามเนื้อที่ฉีดเป็นอัมพาต แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆหายไปได้เอง และไม่ควรทำในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
